การพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี การพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้วิจัย: นางปณิตา  ทางทอง

สถานที่ทำงาน: โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย 

          การจัดการเรียนการสอนสาระศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าสาระอื่น ๆ ใน 5 สาระ โดยเฉพาะ เรื่อง หลักธรรม เป็นเนื้อหาที่ผู้วิจัยประสบปัญหาในการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากมีเนื้อหาที่เป็นนามธรรม ยากต่อความเข้าใจ  ทำให้นักเรียนไม่สนใจเรียน ไม่มีความพร้อมในการเรียน ขาดสมาธิ และไม่ตั้งใจเรียน ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และไม่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับ กิตติชัย สุธาสิโนบล (2561 : 1) ที่ระบุว่า  เด็ก ๆ มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนา และกมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ (2558 : 1) กล่าวว่า โรงเรียนส่วนใหญ่ยังประสบความล้มเหลวในการจัดการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนา เพราะวิธีสอนส่วนใหญ่มุ่งสอนเนื้อหาสาระตามแบบเรียนมากกว่าการสอนให้รู้ถึงแก่นของพระพุทธศาสนา นักเรียนไม่สามารถจดจำเนื้อหาสาระได้ทั้งหมด ขาดการคิดวิเคราะห์ และไม่สามารถนำหลักธรรมไปสู่การปฏิบัติได้

         ผู้วิจัยจึงหาแนวทางพัฒนากระบวนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของนักเรียน จึงได้ศึกษา ค้นคว้า แนวคิด หลักการ ทฤษฎี รูปแบบการสอน ดังนี้ 1) การสร้างรูปแบบการสอน 2) ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Intellectual Development Theory) 3) ทฤษฎีการเรียนรู้พหุปัญญา (Theory of Intelligences) 4) หลักการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการคิด (Thingking – Based  Instruction) (ทิศนา แขมมณี 2555 : 142 – 143) และได้นำแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา นำมาบูรณาการในขั้นตอนของรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม (S : Smart start) ขั้นที่ 2 ขั้นทำกิจกรรมการเรียนรู้ (A : Activity various)  ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างสรรค์ผลงาน (T : Target together) และ ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปองค์ความรู้ (I : Impressive  concept) โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้ในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามลำดับขั้นตอน พัฒนานักเรียนให้เข้าใจด้านในตัวเอง รู้ตัว เข้าถึงความจริง (ประเวศ วะสี 2552) รู้จักตนเอง ฝึกฝนการมีสติ ตระหนักรู้ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformative Learning ) ในตนเอง (จุมพล พูลภัทรชีวิน 2552) เรียนรู้เข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น และจะนำไปสู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่อไป

 

วัตถุประสงค์การวิจัย

          1. เพื่อพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

          2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษาควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

          3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

          4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่ของนักเรียนมีต่อการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษาควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

 

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

          แบบแผนการวิจัย (มาเรียม นิลพันธุ์ 2555 : 144) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3         

เมื่อ            O1        แทน     การทดสอบก่อนเรียน (Pretest)

                   X         แทน      การเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา  หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียน

 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

                   O2       แทน     ค่าที่สังเกตหลังการปฏิบัติการ (Posttest)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
            ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเขื่องในพิทยาคารภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 189 คน และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 172 คน

           กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/7 จำนวน 42 คน และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 47 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Simple random Sampling)

 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
           เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
                  1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ เป็นแบบปรนัย เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ
                  2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี จำนวน 8 เล่ม

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
          ได้แก่ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้สูตร t – test  แบบ dependent

การเก็บรวบรวมข้อมูล
          ผู้วิจัยจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล  ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ใช้เวลาในการวิจัย 16  ชั่วโมง ไม่รวมเวลาที่ใช้ในการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน  ดังต่อไปนี้

      ระยะที่  1 การสร้างและพัฒนาพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญา (ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562) มี 2 ขั้นตอน ดังนี้  

ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A)  <การวิจัย (Research : R1)>
ขั้นที่ 2 การออกแบบและพัฒนา  (Design and Development : D & D) <การพัฒนา (Development : D1)>

      ระยะที่ 2 การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้พัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญา (ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563) มี 2 ขั้นตอน ดังนี้  

ขั้นที่ 3 การนำไปใช้ (Implementation : I) จัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น <การวิจัย (Research : R2)>
ขั้นที่ 4 การประเมินผล (Evaluation : E) ประเมินประสิทธิภาพรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น <การพัฒนา (Development : D2)


การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล  ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน  ดังนี้
          ระยะที่ 1
                  1. วิเคราะห์ความเหมาะสมของรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ
                  2. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
                  3. วิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล

          ระยะที่ 2
                  1. ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน
                  2. หาค่าเฉลี่ยและแปลผลแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

สรุปผลการวิจัย

          1. ความเหมาะสมของรูปแบบการสอน  SATI Model ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน  อยู่ในระดับ มาก  (=  4.45)

          2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  E1/ E2 =  85.91/82.28

          3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวีต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05

          4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษาควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  อยู่ในระดับมาก (x̄ =  4.46)

คุณชอบนวัตกรรมนี้แค่ไหน

กดดาวเพื่อให้คะแนน

ค่าเฉลี่ย 4.7 / 5. จำนวนคะแนน 15

ให้คะแนนเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สร้างนวัตกรรม

Share on facebook
แชร์ไปยัง Facebook
Share on twitter
แชร์ไปยัง Twitter
Share on whatsapp
แชร์ไปยัง WhatsApp
Share on print
พิมพ์หน้านี้

แสดงความคิดเห็น