การมีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้สู่อัตลักษณ์สากล “ยุวทูตสร้างสรรค์เมืองท่องเที่ยว ด้วย บวร พอเพียง” ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม

ชื่อผู้วิจัย: นางอัญชลี สารสุวรรณ์

สถานที่ทำงาน: โรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

        แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ถือเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศ มียุทธศาสตร์ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยมุ่งหวังให้มี การใช้ทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรได้อย่างคุ้มค่า เสริมสร้างเครือข่ายระหว่างบ้านวัด โรงเรียน ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตในชุมชน รวมทั้งพัฒนาระบบจัดการความรู้บนฐานนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และภูมิสังคม (สำนักงานคณะกรรมการแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2560, หน้า 25 – 26) ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 258 กำหนดให้มีคณะกรรมการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้กำหนดให้มี “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ขึ้น โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเหมาะสมสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงามเป็นกลุ่มเป้าหมายของพื้นที่นวัตกรรมของจังหวัดระยองด้วย ทางโรงเรียนจึงมีความตระหนักถึงการดำเนินงาน จึงกำหนดอัตลักษณ์นักเรียนคือ “ยุวทูตสร้างสรรค์ เมืองท่องเที่ยว ด้วย บวร พอเพียง” เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชนปากน้ำประแส ซึ่งในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศไทย การค้า การประมง อุดมสมบูรณ์ ต่อมามีถนนสุขุมวิทตัดผ่าน ไม่ใช้ระบบการขนส่งทางน้ำ การประมงซบเซา ผู้คนเริ่มยากจนขาดแคลน  ทางผู้นำท้องถิ่นจึงมีนโยบายในการนำทรัพยากรอื่นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์มาพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมขึ้น

        จากแนวคิดและปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงสนใจการศึกษาพัฒนาเยาวชนให้เป็นมัคคุเทศก์เมืองท่องเที่ยวผ่านพลังการมีส่วนร่วมของบ้าน วัด ชุมชน ร่วมหาแนวทางใช้แหล่งเรียนรู้เมืองท่องเที่ยวในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนานักเรียน เพื่อฝึกหัดนักเรียนให้เป็นผู้เล่าเรื่อง ผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้หลากหลายทางภาษาสู่สากลให้เป็นยุวทูตอย่างสร้างสรรค์ของเมืองท่องเที่ยวต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย

        1. เพื่อศึกษาความต้องการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้สู่อัตลักษณ์สากล “ยุวทูตสร้างสรรค์ เมืองท่องเที่ยว  ด้วย บวร พอเพียง”ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม
        2. เพื่อศึกษาการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ของพื้นที่การเรียนรู้สู่อัตลักษณ์สากล “ยุวทูตสร้างสรรค์เมืองท่องเที่ยว ด้วย บวร พอเพียง”ผ่านชุมชนแห่งเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม
        3. เพื่อศึกษาการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้สู่อัตลักษณ์สากล “ยุวทูตสร้างสรรค์ เมืองท่องเที่ยวด้วย บวร พอเพียง” ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม

ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย

        ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาความต้องการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้ โดยศึกษากรอบแนวคิดและทฤษฎี เอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างแบบสอบถาม แบบตรวจสอบรายการ (Check list)
        ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาข้อมูลบริบทชุมชนปากน้ำประแส / เอกสารงานวิจัยต่างๆ /สัมภาษณ์ชุมชน/การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
        ขั้นตอนที่ 3 ทดลองจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียนเนื่องจากมีอาคารไม้แบบ 017 จำนวน 1 หลัง โดยการสัมภาษณ์แนวคิดของผู้นำชุมชน / ปราชญ์ชาวบ้าน / รวมพลัง  PLC ครู – ชุมชน
        ขั้นตอนที่ 4  การประชุมระดมสมองผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)  เพื่อวิเคราะห์ และจัดทำนวัตกรรมคู่มือมัคคุเทศก์สามภาษา / คู่มือรู้จักชุมชนประแส / การบริหารจัดการในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียน / กิจกรรมการสอนเชิงรุกอย่างสร้างสรรค์ในพื้นที่การเรียนรู้

        ขั้นตอนที่ 5 การประชุมรวมพลังสร้างสรรค์แบบ A-I-C  ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาและเครือข่ายผู้ปกครอง วิพากษ์ / สังเคราะห์นวัตกรรมและการบริหารจัดการในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียน

ประชากร/กลุ่มตัวอย่างและกรณีศึกษา

           ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed method research) เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ/กรณีศึกษา (Case study) ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research: PAR) ดังนี้

          การศึกษาเชิงปริมาณ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครองและครู จำนวน 30 คน ที่ได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)

         การศึกษาเชิงคุณภาพ  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) ภัณฑรักษ์ของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในโรงเรียน จำนวน 1 คน 2) ผู้นำองค์กรทางวัฒนธรรมในชุมชน จำนวน 1 คน 3) ผู้นำชุมชนในท้องถิ่น / ปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน 5 คน 4) คณะครูและคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียน จำนวน 23 คน โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) รวมทั้งสิ้น จำนวน 30 คน 

        ตัวแปรที่ศึกษา 

              ตัวแปรต้น คือ  การมีส่วนร่วมการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้

              ตัวแปรตาม คือ  1) ผลความต้องการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้ 2) นวัตกรรมการเรียนรู้ของพื้นที่การเรียนรู้ 3) ผลการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 

          ส่วนที่ 1 แบบสอบถามความต้องการมีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้ องค์ประกอบ 5 ด้าน คือ
                    1) ปัญหาการใช้พื้นที่การเรียนรู้ในโรงเรียน
                    2) ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน
                    3) ด้านกิจกรรมพื้นที่การเรียนรู้ในโรงเรียน
                    4) ด้านการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์โรงเรียน
                    5) ด้านองค์ความรู้ในพื้นที่การเรียนรู้

          ส่วนที่ 2 แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ในการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน / ปราชญ์ชาวบ้าน / แบบบันทึกการประชุมครูและชุมชนในระดมสมองผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ / แบบบันทึกการประชุมวิพากษ์ ในการประชุมรวมพลังสร้างสรรค์ A-I-C และแบบสังเกตการปฏิบัติงานการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียน

การเก็บรวบรวมข้อมูล

          ผู้วิจัยแจกแบบสอบถาม คิดเป็นร้อยละ 100 และรวบรวมข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านจำนวน 30 คน เพื่อเก็บข้อมูลจัดทำนวัตกรรมชุดรู้จักประแสและสื่อคู่มือมัคคุเทศก์สามภาษา / จดบันทึกการประชุมครูและชุมชนในระดมสมองผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ / ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมทดลองจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มรดกพื้นบ้านประแส และบันทึกการประชุมวิพากษ์รวมพลังสร้างสรรค์ A-I-C (Appreciation-Influence-Control) ในการจัดทำนวัตกรรมชุดรู้จักประแส

การวิเคราะห์ข้อมูล

          1. นำแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows และเขียนบรรยาย สำหรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติม  สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
          2. วิเคราะห์ข้อมูลแบบสัมภาษณ์ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน โดยวิเคราะห์สาระเนื้อหาตามข้อคำถาม และรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลด้วยวิธีตรวจสอบแบบสามเส้า และเขียนรายงานเชิงพรรณนา

สรุปผลการดำเนินการวิจัย

          1. ผลการศึกษาความต้องการมีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้เมืองท่องเที่ยวในโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด สรุปข้อเสนอแนะว่า ครูควรออกแบบการเรียนที่ใช้โทรศัพท์เพิ่มเพราะเด็กส่วนใหญ่มีใช้ / โรงเรียนควรรวบรวมเนื้อหาความเป็นชุมชนปากน้ำประแสเพิ่มเพราะบริเวณจุดท่องเที่ยวมีการบรรยายความรู้ไว้น้อย / อยากมีสถานที่รวบรวมความรู้ไว้ให้เด็กๆได้เรียนมากขึ้นเผื่อนักท่องเที่ยวมาบ้านเราจะได้ใช้ประโยชน์ด้วยเพราะบ้านเราเป็นเมืองท่องเที่ยว / อยากให้เด็กพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนเพราะตอนนี้ก็มีคนต่างชาติ มาเที่ยวบ้านเรา
          2. ผลการศึกษาการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ชุด คู่มือรู้จักประแส จำนวน 9 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 วิถีประแส เล่มที่ 2 ตระกูลเชื้อสายจีน เล่มที่ 3 สถาปัตยกรรมบ้าน  เล่มที่ 4 ประมง เล่มที่ 5 อาหารพื้นบ้าน เล่มที่ 6 ศาลเจ้า เล่มที่ 7 แผนที่ชุมชน เล่มที่ 8 ความสัมพันธ์ชุมชนเมืองท่องเที่ยว เล่มที่ 9 พิพิธภัณฑ์โรงเรียน และคู่มือมัคคุเทศก์สามภาษาจำนวน 2 เล่ม
          3. ผลการศึกษาการบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้ประกอบด้วยกรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์มรดกพื้นบ้านประแสในโรงเรียน และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากพื้นที่การเรียนรู้ภายในและภายนอกสถานศึกษา มีการดำเนินงานด้วย ดังนี้
                    3.1 กิจกรรมบริหารจัดการพื้นที่การเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 ด้าน ดังนี้
                              1) พื้นที่การเรียนรู้นอกอาณาบริเวณโรงเรียน (Outdoor Learning Spaces) เช่น มัคคุเทศก์น้อย และนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 – 3 ได้ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นสถานที่ฝึกงานอาชีพ
                              2) พื้นที่การเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Practice-based Spaces) โดยศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน เป็นต้น
                              3) พื้นที่การเรียนรู้มีอุปกรณ์เทคโนโลยีเคลื่อนที่ (Mobile Learning Spaces) โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมใช้โทรศัพท์มือถือจัดการเรียนรู้โฆษณาร้านค้า สินค้าในชุมชนเป็นคลิปวีดีโอ
                              4) พื้นที่การเรียนรู้ทางกายภาพ (Physical Learning Spaces) โดยคณะครูออกแบบการเรียนรู้บ้านภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนและพื้นที่เสมือนจริง (virtual space) ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
                              5) พื้นที่การเรียนรู้อยู่ระหว่าง (in between Spaces) เช่น มุมพักผ่อน ลานกีฬา สวนหย่อมผ่อนคลาย และจัดการเรียนรู้ด้วย และพื้นที่การเรียนรู้ทางสังคม (Social Spaces) เช่น Facebook เป็นต้น

          3.2 ผลการบริหารพิพิธภัณฑ์มรดกพื้นบ้านประแสของโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม ได้กระบวนการดำเนินการ ดังนี้ 1) การวางแผนกลยุทธ์ 2) การจัดโครงสร้างองค์กร 3) การจัดทำฐานข้อมูลในท้องถิ่น 4) การจัดทำทะเบียน จัดหมวดหมู่วัตถุและการจัดแสดง  5) ปรับปรุงอาคารสถานที่ 6) บุคลากรอื่นเป็นที่ปรึกษาร่วม
7) งบประมาณรับบริจาค 8) การให้บริการและประชาสัมพันธ์ 9) การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี 10) การสร้างเครือข่าย

คุณชอบนวัตกรรมนี้แค่ไหน

กดดาวเพื่อให้คะแนน

ค่าเฉลี่ย 4.5 / 5. จำนวนคะแนน 65

ให้คะแนนเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สร้างนวัตกรรม

Share on facebook
แชร์ไปยัง Facebook
Share on twitter
แชร์ไปยัง Twitter
Share on whatsapp
แชร์ไปยัง WhatsApp
Share on print
พิมพ์หน้านี้

แสดงความคิดเห็น