การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย: นายณเอก อึ้งเสือ 

สถานที่ทำงาน: โรงเรียนเทศบาล 2 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) สังกัดเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

          แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มุ่มพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยทุกช่วงวัย ให้มีคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม ส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงบูรณาการ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนากระบวนการคิดให้เกิดกับนักเรียน โดยเฉพาะด้านการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์แก้ปัญหา พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมการเรียนรู้แบบคิดวิเคราะห์ ทักษะกระบวนการ เพื่อพัฒนาตนเอง และสร้างประโยชน์ต่อสังคม (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560: 63 – 114)

          สำหรับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพนั้น ทักษะกระบวนการทำงาน ความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ และความสามารถในด้านการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเป็นการเรียนรู้มุ่งเน้นให้นักเรียนเข้าใจกระบวนการทำงาน ใช้กระบวนการทำงานกลุ่มในการทำงาน มีทักษะการแสวงหาความรู้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหามีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา มีคุณธรรม และมีจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551: 4)

          การจัดการเรียนการสอนการงานอาชีพในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ประจำปี 2561 มีผลคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70.52 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ร้อยละ 80 และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ จำนวน 5 ท่าน พบว่า นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 2 พระยาศรีสุนทรโวหาร ฯ ขาดความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์เป็นส่วนใหญ่ นักเรียนจึงไม่สามารถคิดวิเคราะห์สาเหตุประเด็นปัญหาจากการทำงานได้ และยังขาดทักษะกระบวนการทำงานอีกด้วย

          จากความสำคัญของปัญหาด้านการเรียนการสอนการงานอาชีพดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้วิจัยซึ่งเป็นครูผู้สอนวิชการการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงได้ศึกษาและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้เกิดประสิทธิภาพ ตามแนวคิดการเรียนการสอนของรูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning: PBL) การจัดการเรียนการสอนทักษะกระบวนการ 9 ขั้น กระบวนการของการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving) และการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนว ADDIE Model มาเป็นฐานคิดในการออกแบบรูปแบบการเรียนการสอน ฯ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยคาดหวังว่าเมื่อนักเรียนได้รับการเรียนตามรูปแบบการเรียนการสอน ที่พัฒนาขึ้นแล้ว นักเรียนจะมีทักษะกระบวนการทำงาน ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์และความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย

          1. เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80
          2. เพื่อประเมินผลการใช้การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้น

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

          ผู้วิจัยดำเนินการตามแบบแผนการทดลอง โดยการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One group pretest-Posttest design) (สมโภชน์ อเนกสุข, 2551: 54)

การวัดก่อนการทดลอง

ทดลองการวัดหลังการทดลอง
O1O2

    O1       หมายถึง      ผลที่ได้จากการประเมินกระบวนการทำงาน ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ ความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของ

        นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนการเรียน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยที่พัฒนาขึ้น

             x̄        หมายถึง      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น

    O2      หมายถึง      ผลที่ได้จากการประเมินกระบวนการทำงาน ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ ความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียน

        ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการเรียน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น

 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

         ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนในสังกัดเทศบาล เมืองฉะเชิงเทรา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 มี 4 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 320 คน

         กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเทศบาล 2 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) สังกัดเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จำนวน 1 ห้องเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างมาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) จำนวน 40 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

         1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ และคู่มือการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น
         2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดทักษะกระบวนการทำงานแบบวัดความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และแบบวัดความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์

การเก็บรวบรวมข้อมูล

         การดำเนินการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการเอง ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

         1. ชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น
         2. ทดสอบก่อนสอน (Pretest) นักเรียนทำแบบทดสอบวัดกระบวนการทำงาน แบบทดสอบวัดความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบวัดความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
         3. ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการสอนเอง ตามเวลาที่กำหนดซึ่งใช้เวลา จำนวน 16 ชั่วโมง
         4. ทดสอบหลังการสอน (Posttest) นักเรียนทำแบบทดสอบวัดกระบวนการทำงาน แบบทดสอบวัดความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบวัดความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

การวิเคราะห์ข้อมูล

         1. วิเคราะห์หาค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยใช้สูตร E1 / E2 ซึ่ง E1 เป็นประสิทธิภาพของกระบวนการ E2 เป็นประสิทธิภาพของผลลัพธ์
         2. เปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากแบบวัดทักษะกระบวนการทำงาน แบบวัดความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ แบบวัดความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน หลังจากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยใช้สถิติ t-test for dependent ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป และนำผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลนำเสนอต่อไป

สรุปผลการวิจัย

         1. ผลการประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.36/ 84.69 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
         2. นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยของทักษะกระบวนการทำงานหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
         3. นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถทางการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
         4. นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยของความสามารถทางการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

 

คุณชอบนวัตกรรมนี้แค่ไหน

กดดาวเพื่อให้คะแนน

ค่าเฉลี่ย 4.3 / 5. จำนวนคะแนน 443

ให้คะแนนเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สร้างนวัตกรรม

Share on facebook
แชร์ไปยัง Facebook
Share on twitter
แชร์ไปยัง Twitter
Share on whatsapp
แชร์ไปยัง WhatsApp
Share on print
พิมพ์หน้านี้

แสดงความคิดเห็น