การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง

ผู้วิจัย: นางสาวจรรยาภรณ์  โชคชัยฐานนันท์

สถานที่ทำงาน:  โรงเรียนหอวัง  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

          การเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กและเยาวชนเปรียบเสมือนพลังที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ด้วยความมั่นใจ เป็นสิ่งที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถปรับตัวในการดำรงชีวิตให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นตัวกระตุ้นที่นำไปสู่พฤติกรรมที่เหมาะสมทั้งในด้านสติปัญญา ทักษะและความสามารถในด้านต่าง ๆ ซึ่งบุคคลจะสามารถพัฒนาทักษะทางสังคมได้จากประสบการณ์และการฝึกฝนอบรมที่เกิดขึ้นจากวงจรชีวิตประจำวันในสังคม ดังนั้นบุคคลที่เห็นคุณค่าในตนเอง รู้ว่าตนเองมีคุณค่ามักจะประเมินตนเองในด้านดี มีความมุ่งมั่น ใฝ่รู้ใฝ่เรียน พยายามที่จะทำงานให้สำเร็จ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น ไม่เหยียบย่ำความรู้สึกของผู้อื่นให้ตกต่ำลง มีบุคลิกลักษณะและสุขภาพจิตที่ดี ในทางตรงกันข้ามถ้าบุคคลใดขาดการเห็นคุณค่าในตนเองก็จะเป็นคนที่ชอบโยนความผิดของตัวเองไปให้คนอื่น หาความผิดพลาดของผู้อื่น ต้องการความเอาใจใส่และได้รับการยอมรับจากคนอื่นสูง บุคคลประเภทนี้มักทำทุกวิถีทางและ ใช้ความรุนแรงเพื่อที่จะทำให้ตนชนะ เป็นคนซึมเศร้าสิ้นหวังในชีวิต เห็นแก่ตัวและมีความต้องการทางด้านวัตถุสูง ไม่ชอบตัดสินใจ ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง พึ่งพิงผู้อื่นอยู่เสมอ ชอบคุยโอ้อวดเกินจริง มีความรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจ ไม่ได้รับการยอมรับ หรือทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ จนทำให้บุคคลนั้นรู้สึกว่าตนเองไร้คุณค่า ดังนั้นความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองที่แตกต่างกันจึงมีผลต่อความรู้สึกหรือพฤติกรรมที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล (Newman. 1986: 281-286) ซึ่งจากการศึกษาผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ พบว่า การเห็นคุณค่าในตนเองส่งผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ของวัยรุ่น ดังที่คูเปอร์สมิท (Coopersmith. 1984: 5) กล่าวว่า การเห็นคุณค่าในตนเองแสดงให้เห็นถึงขอบเขตความเชื่อของบุคคลที่มีต่อตนเองในด้านความสามารถ ความสำคัญ ความสำเร็จและความมีคุณค่าในตนเอง รวมถึงการรับรู้จากการประเมินของบุคคลอื่นที่มีต่อตัวเอง กล่าวคือเมื่อเห็นคุณค่าของตนย่อมไม่เอาสิ่งที่ไม่ดีมาทำลายตนเอง

          จากเหตุดังกล่าวผู้วิจัยจึงพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้เรียนรู้และรู้จักแก้ปัญหา เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และอารมณ์ซึ่งกันและกัน รวมถึงพัฒนาตนเองตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งการจัดการเรียนดังกล่าวครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมนักเรียนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ยอมรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่ม และยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองช่วยให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม สร้างความรู้สึกใกล้ชิดและได้รับการยอมรับ อันเป็นการพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคลที่นำไปสู่ความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถเผชิญปัญหา คิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง เพราะการเห็นคุณค่าในตนเองทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มองโลกในแง่ดี ไม่ทำอะไรที่เบียดเบียนตนเอง ไม่กระทำพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเข้าสู่อบายมุขต่าง ๆ ซึ่งเป็นการทำลายตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องรักตัวเอง คิดถึงสุขภาพกายและสุขภาพใจ และพร้อมที่จะเรียนรู้ พัฒนา ต่อยอดตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

วัตถุประสงค์การวิจัย

          1. เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง

          2. เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง

          3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

          การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้แบบแบบแผนการวิจัยแบบ One Group Pretest Posttest Design ดังตารางต่อไปนี้ 

     ตารางแบบแผนการวิจัยแบบ Pretest Posttest Control Group Design

กลุ่มสอบก่อนทดลองสอบหลัง
ET1XT2

ความหมายของสัญลักษณ์

E          คือ        กลุ่มตัวอย่าง

T1         คือ        การทดสอบก่อนการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน

X          คือ        การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
                          โรงเรียนหอวัง

T2         คือ        การทดสอบหลังการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

            ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนหอวัง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 จำนวน 15 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 643 คน

            กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนหอวัง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 โดยใช้การสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 170 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้เครื่องมือ ดังนี้

          1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 คาบ

          2. แบบสอบถามการเห็นคุณค่าในตนเอง มีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ .91

          3. แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง มีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ .81

การเก็บรวบรวมข้อมูล

            การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองโดยปฏิบัติ ดังนี้

                    1. ผู้วิจัยใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง

                    2. ดำเนินการทดสอบก่อนเรียนโดยใช้แบบสอบถามการเห็นคุณค่าในตนเอง ฉบับละ 50 ข้อ ไปให้นักเรียนทำการตอบแบบสอบถาม จำนวน 170 คน

                    3. ดำเนินการทดลองสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง

                    4. ดำเนินการทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบสอบถามการเห็นคุณค่าในตนเอง ฉบับละ 50 ข้อ ไปให้นักเรียนทำการตอบแบบสอบถาม จำนวน 170 คน

                    5. นำแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง ฉบับละ 12 ข้อ ไปให้นักเรียนทำการตอบแบบสอบถาม จำนวน 170 คน

                    6. นำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดไปวิเคราะห์โดยใช้ระเบียบวิธีทางสถิติ

การวิเคราะห์ข้อมูล

         1. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิจัย
                 1.1 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean)
                 1.2 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

         2. สถิติที่ใช้วิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ
                 2.1 หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (Item Discrimination) ของแบบสอบถาม โดยใช้เทคนิค t-test เทคนิค 25 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มสูง-กลุ่มต่ำ

                 2.2 หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) ของ ครอนบาค (Cronbach)    

         3. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
                 ทดสอบความแตกต่างของคะแนนการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนก่อนและหลังการทดลองโดยใช้ t-test แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test for dependent Samples)

สรุปผลการวิจัย

         1. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ โดยมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก

         2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง มีการเห็นคุณค่าในตนเองสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

         3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ GUIDE Model ในรายวิชาแนะแนวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหอวัง ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านบุคลิกภาพของครูผู้สอน และด้านการวัดประเมินผลอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนความพึงพอใจต่อด้านเนื้อหาหลักสูตรอยู่ในระดับมาก

คุณชอบนวัตกรรมนี้แค่ไหน

กดดาวเพื่อให้คะแนน

ค่าเฉลี่ย 4.4 / 5. จำนวนคะแนน 21

ให้คะแนนเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สร้างนวัตกรรม

Share on facebook
แชร์ไปยัง Facebook
Share on twitter
แชร์ไปยัง Twitter
Share on whatsapp
แชร์ไปยัง WhatsApp
Share on print
พิมพ์หน้านี้

แสดงความคิดเห็น