การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้ แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้วิจัย: หทัยรัตน์  เจริญยิ่ง

สถานที่ทำงาน: โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน  สังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

          ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยนับวันยิ่งทวีความรุนแรงและทวีคูณมากยิ่งขึ้น มีปัญหาและมลภาวะต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจากสถานการณ์ปัจจุบัน วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ตัวอย่าง เช่น ปัญหาโลกร้อน (Global warming) ปัญหาภัยความหนาวเย็น และภัยจากพายุที่รุนแรงมากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องเริ่มให้ความตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น สอดคล้องกับ วิจารณ์ พานิช (2555 : 16 – 21) ได้กล่าวถึง ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ว่าการเรียนรู้เพื่อมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ควรเป็นการเรียนจากการค้นคว้าเองของนักเรียน โดยครูช่วยแนะนำและช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนแต่ละคนสามารถประเมินความก้าวหน้าของการเรียนรู้ของตนเองได้ การจัดการเรียนรู้ในเนื้อหาควรเป็นการส่งเสริมความเข้าใจเนื้อหาวิชาแกนหลักและสอดแทรกทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เข้าไปในทุกวิชาแกนหลักการพัฒนาเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นคนดีมีคุณภาพ ซึ่งการพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้น เป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาของชาติ หากผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพที่แต่ละบุคคลพึงได้รับ ย่อมช่วยให้เกิดทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ดังที่นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการมุ่งหมายให้มีการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับวัชรา เล่าเรียนดี (2554 : 11 ) กล่าวถึง ทักษะที่สำคัญที่สุด คือ ทักษะการคิดของบุคคลและทักษะชีวิต เพื่อความสามารถในการดำรงชีวิตอยู่อย่างสันติสุข ในสังคมโลก

          การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เป็นกลยุทธ์หรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการเนื้อหาตามหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับชุมชนโดยใช้ปฏิบัติงานเป็นฐานให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติงานจากสถานการณ์จริงในชุมชน ภายใต้การมีส่วนร่วมระหว่างครู ผู้เรียนและกลุ่มคนในชุมชน เช่น การไปศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การทำมาหากิน หัตถกรรม การศึกษาพยาบาลแบบพื้นบ้านจากบุคคล และองค์กรในชุมชนนอกเหนือไปจากการเรียนรู้ในห้องเรียน กระบวนการสำคัญของการเรียนรู้ใช้การสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความรู้ในเนื้อหาตามหลักสูตรและเข้าใจชุมชนมากขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนด้านความรู้และทักษะอย่างหลากหลาย เช่น การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติที่พึงประสงค์ ตระหนักในความรับผิดชอบในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเชิงบวก อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน อย่างยั่งยืน (วิจารณ์ พานิช, 2557 ; กล้า ทองขาว, 2561 : 3)

          ผู้วิจัยจึงได้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน ซึ่งจะทำผู้เรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือมีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถดำรงชีวิตตามการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข

 

วัตถุประสงค์การวิจัย

          1. เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้ แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

          2.  เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้ แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

          3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

 

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

          ผู้วิจัยได้กำหนดแบบแผนการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Pre Experiment Design) แบบกลุ่มเดียว สอบก่อนเรียนและหลังเรียน (The One Group Pretest Posttest Design)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

          นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน เทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 50 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยการจับสลากห้องเรียน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

          1. แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

          2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก แบบประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

          3. แบบประเมินความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

          4. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า

การเก็บรวบรวมข้อมูล

          1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้และอธิบายการเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

          2. ทดสอบก่อนเรียน (Pre – test) กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน

          3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (หลังเรียน) แล้วทำแบบประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และทำแบบประเมินความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

          4. นำผลการวิเคราะห์โดยใช้วิธีทางสถิติเพื่อทดสอบประสิทธิผลของการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

การวิเคราะห์ข้อมูล

          1. วิเคราะห์หาค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และแผนการจัดการเรียนรู้

          2. วิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนแบบมาตรฐาน และค่าสถิติ t-test ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

          3. วิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ของผลการประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

 

สรุปผลการวิจัย

          1. รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   มีค่าประสิทธิภาพ E1/E2  = 80.57/81.27  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  

          2. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการประเมินทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณอยู่ในระดับดีมาก ความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง พบว่า ผลการประเมินความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองอยู่ในระดับดีเยี่ยม 

          3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน

คุณชอบนวัตกรรมนี้แค่ไหน

กดดาวเพื่อให้คะแนน

ค่าเฉลี่ย 4.3 / 5. จำนวนคะแนน 39

ให้คะแนนเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สร้างนวัตกรรม

Share on facebook
แชร์ไปยัง Facebook
Share on twitter
แชร์ไปยัง Twitter
Share on whatsapp
แชร์ไปยัง WhatsApp
Share on print
พิมพ์หน้านี้

แสดงความคิดเห็น