การสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมเจตคติรักท้องถิ่น เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพารายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย: นางธันย์ชนก พรมภักดี

สถานที่ทำงาน: โรงเรียนกบินทร์วิทยา

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

          ในปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนับว่ามีความสำคัญยิ่งในสถานศึกษาสถานศึกษา เพราะเป็นวิชาที่มุ่งพัฒนาจิตสำนึกความรัก ความภาคภูมิใจในชาติและท้องถิ่น ของตน เมื่อเกิดจิตสำนึกดังกล่าวแล้ว จะนำไปสู่ความหวงแหนและการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองต่อไป (สิริวรรณ ศรีพหล, 2554) จากการที่ผู้วิจัยได้รับมอบหมายให้ทำการสอนรายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายและผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร แต่เมื่อปีการศึกษา 2560 ได้ทำการวิเคราะห์ปัญหาการจัดการสอนรายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา พบว่า สาเหตุที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษาตั้งไว้คือ ร้อยละ 75 คือนักเรียนขาดสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่จะนำมาใช้ประกอบการเรียนนั้น ไม่มีเนื้อหาตรงตามผลการเรียนรู้ที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนด จึงทำให้ไม่สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ จากปัญหาดังกล่าวผู้รายงานจึงเห็นถึงความสำคัญที่จะจัดทำสื่อการเรียนการสอน คือ หนังสืออ่านเพิ่มเติม

วัตถุประสงค์การวิจัย

          1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมเจตคติรักท้องถิ่น เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา รายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
          2. เพื่อสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมเจตคติรักท้องถิ่น เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา รายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
          3. เพื่อทดลองใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมเจตคติรักท้องถิ่น เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา รายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
          4. เพื่อประเมินผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมเจตคติรักท้องถิ่น เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา รายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

  

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยผู้วิจัยใช้ขั้นตอนของ ศาสตราจารย์ ดร.รัตนะ บัวสนธ์ (2562) ดังนี้


ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

          ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกบินทร์วิทยา อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 8 ห้องเรียน มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 223 คน

          กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกบินทร์วิทยา อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ได้มาด้วยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจากประชากร 8 ห้องเรียน ได้นักเรียนมา 1 ห้องเรียน ซึ่งเป็นนักเรียนที่เลือกเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา มีนักเรียนจำนวน 35 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

          1. แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องในการสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ตรวจสอบค่าความเชื่อมั่นโดยการคำนวณค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.76
          2. หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา มีความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาร้อยละ 100 มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (= 4.73, S.D. = 0.11) และมีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 80.97/81.29
          3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา มีค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.01 – 0.98 ค่าอำนาจจำแนก (r) ระหว่าง 0.01 – 0.78 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับโดยใช้วิธีของคูเดอร์และริชาร์ดสัน (Kuder–Richardson KR–20) ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.73
          4. แบบวัดเจตคติรักท้องถิ่นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วย หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา มีค่าอำนาจจำแนกเข้าเกณฑ์จำนวน 25 ข้อ โดยมีค่า t อยู่ระหว่าง 1.75 – 3.73 นำข้อรายการของแบบวัดเจตคติ ที่คัดเลือกไว้มาหาค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดทั้งฉบับโดยใช้สูตรค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89
          5. แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา มีค่าความเชื่อมั่นโดยการคำนวณค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.76

 

การเก็บรวบรวมข้อมูล

          ระยะที่ 1 นำแบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องปราจีนบุรีศรีบูรพา รายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา ไปให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 42 คน ตอบแบบสอบถาม จากนั้นผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมเพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล

          ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยนำต้นฉบับที่ผ่านการหาคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 39 คน เพื่อประเมินคุณภาพต้นฉบับของหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา โดยผู้วิจัยได้ทำการทดลองสอนด้วยตนเอง และเก็บรวมรวมข้อมูลจากการให้นักเรียนตอบแบบสอบถามคุณภาพของหนังสืออ่านเพิ่ม และนำไปวิเคราะห์ข้อมูล

         ระยะที่ 3 การทดลองใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการทดลองใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 42 คน แบ่งการทดลองออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การทดลองแบบเดี่ยว (1 : 1) การทดลองแบบกลุ่ม (1 : 10) การทดลองแบบภาคสนาม (1 : 100)

           ระยะที่ 4 การประเมินผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ผู้วิจัยได้นำหนังสืออ่านเพิ่มเติมที่ผ่านการหาประสิทธิภาพแล้ว ไปทดลองจริง (Trial Run) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 35 คน โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติรักท้องถิ่น และความพึงพอใจ

การวิเคราะห์ข้อมูล

          ระยะที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการในการสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และเรียบเรียงข้อมูลแบบพรรณนา

          ระยะที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามคุณภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรี ศรีบูรพา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

          ระยะที่ 3 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ปราจีนบุรีศรีบูรพา สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในขั้นทดลองใช้เบื้องต้น (Try Out) ทั้ง 3 ขั้นตอน คือ แบบเดี่ยว แบบกลุ่ม และแบบภาคสนาม ตามเกณฑ์ 80/80 โดยใช้สูตร E1/E2

          ระยะที่ 4 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการทดสอบค่าที (t-test for dependent sample) วิเคราะห์เปรียบเทียบเจตคติรักท้องถิ่น โดยการทดสอบค่าที (t-test for dependent sample) การหาค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์ความพึงพอใจ โดยใช้ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

 

สรุปผลการวิจัย

          1. ปัจจุบันวิธีการสอนรายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีลักษณะเป็นการบรรยายถ่ายทอดเนื้อหาจากครูผู้สอนเป็นหลัก นักเรียนประสบปัญหาจากการเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา มากที่สุดคือ ขาดสื่อการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับจังหวัดปราจีนบุรี และมีความต้องการสื่อการเรียนรู้ประเภทสื่อสิ่งพิมพ์มากที่สุด
          2. หนังสืออ่านเพิ่มเติม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีความถูกต้องในด้านเนื้อหาร้อยละ 100 และมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหนังสือ ครูผู้สอนรายวิชาเพิ่มเติม ปราจีนบุรีศึกษา และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
          3. หนังสืออ่านเพิ่มเติมทั้ง 8 หน่วยการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 80.97/81.29 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ 80/80
          4. ผลการประเมินผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม หลังเรียนมีเจตคติรักท้องถิ่นทางบวก สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.07

คุณชอบนวัตกรรมนี้แค่ไหน

กดดาวเพื่อให้คะแนน

ค่าเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนคะแนน 1

ให้คะแนนเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สร้างนวัตกรรม

Share on facebook
แชร์ไปยัง Facebook
Share on twitter
แชร์ไปยัง Twitter
Share on whatsapp
แชร์ไปยัง WhatsApp
Share on print
พิมพ์หน้านี้

แสดงความคิดเห็น